posted on 19 Sep 2008 16:11 by bonus-life in Love-life
อีกไม่กี่วันแล้วที่Shinจะต้องเดินทาง
เรายังคุยกันทุกวันจนมันทำให้ไม่รู้สึกว่าเค้าจะห่างไปไหน
แต่พอมาคิด ๆ ดู จริง ๆ แล้ว เราเหลือเวลาอีกแค่สองวันเองเหรอเนี่ย....?
ถ้าต้องจากกันแล้วจะเป็นยังไงนะ.....?
สิ่งที่เรียกว่าระยะทาง มันช่างห่างไกลเละฟังดูเจ็บปวดหลือเกิน
มีคนให้กำลังใจว่า กาลเวลาและระยะทางจะช่วยพิสูจความรักได้
แต่เส้นทางของถนนที่เรียกว่าระยะทาง มันช่างดูแสนไกลและเงียบเหงา
ลมที่พัดจากทางนี้ จะพัดไกลไปถึงทางนู้นรึเปล่านะ...? ฉันไม่อาจจะรู้ได้
เวลาของเราคงจะน้อยลง เพราะงานจะต้องยุ่งมากขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเชื่อถืออยู่เสมอ นั้นก็คือคำพูด....ของShin
เพราะShinไม่เคยโกหก ไม่เลยสักครั้ง ทั้งที่บางครั้งคิดว่าเค้าโกหก
แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นความเข้าใจผิดของตัวเราเอง
จริง ๆ แล้วลมที่พัดอยู่ทางนี้ อาจจะอ่อนแอจนไม่สามารถพัดไปถึงทางนู้นได้
แต่ยังไงซะลมก็ยังไม่เหนือไปกว่าท้องฟ้า เพราะท้องฟ้าได้ครอบครองทุกอย่างไว้
ครอบโลกใบนี้ ทำให้เรายังคงอยู่ในโลกใบเดียวกัน
Shinพูดอยู่เสมอว่า ชอบท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
ฉันก็ชอบมองดูท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
ชอบสีของมัน ชอบความรู้สึกเวลาที่มอง
มันช่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอิสระภาพ ไม่มีพรมแดน และไม่มีที่สิ้นสุด
จริง ๆแล้ว ชั้นไม่อยากรู้หรอกว่าท้องฟ้าจะจรดกับพื้นดินที่ใหน
เพราะสิ่งที่ชั้นรู้มีเพียงอย่างเดียวคือ ท้องฟ้ายังคงกว้างใหญ่ ยิ่งใหญ่ แล้วติดตามคนตัวเล็ก ๆ อย่างชั้นเสมอ
ทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่แหงนหน้ามองขึ้นไป ชั้นจะยังคงถูกโอบอุ้มเอาไว้ ภายใต้ปีกสีครามที่ไม่มีที่สิ้นสุด และอบอุ่นไปด้วยความงามที่แสนกว้างใหญ่ เป็นเสมือนสิ่งที่ทำให้ฉันมีกำลังที่จะก้าวเดินต่อไป
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสสิ่งที่เรียกว่าท้องฟ้า และความรัก เพราะมันทำให้ชีวิตของฉันดูมีสีสันขึ้นมา
เหมือนท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีและเมฆที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปในทุก ๆ วัน
Graphicscodecomment.Blogspot.Com" mce_src="
Graphicscodecomment.Blogspot.Com" alt="" border="" hspace="" vspace="" width="" height="" align="">edit @ 19 Sep 2008 16:23:20 by Bonus
edit @ 19 Sep 2008 16:26:51 by Bonus
edit @ 25 Sep 2008 11:29:59 by Bonus
posted on 11 Sep 2008 11:43 by bonus-life in Story-Life
เมื่อวานอยากขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ เลย เรื่องงานอ่ะนะ อธิฐานกับพระเจ้าว่า ถ้าอยากให้ไปที่ใหม่และมีโอกาสรับใช้ในที่ใหม่ ๆ ก็ขอให้ได้งานที่ไปสัมภษณ์ แต่ถ้าพระเจ้ายังอยากจะให้อยู่ที่นี่ ก็ขอให้ไม่ได้แล้วจะอยู่ที่นี่ต่อไป
เมื่อวานจริง ๆ หมดหวังมากเลย เพราะทางฝ่ายบุคคลเค้าบอกว่าจะบอกผลสัมภาษณ์วันเสาร์ไม่ก็วันจันทร์ แต่ผ่านมาถึงวันพุธก็ยังไม่ติดต่อมา กะว่าจะเมล์ไปบอกพี่เค้าว่า ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่เป็นไรแต่อยากให้บอกให้ชัดเจน
กำลังจะส่งเมล์อยู่แล้วเชียว
พี่เค้าก็โทรมา บอกว่าได้ ที่น่าดีใจกว่านั้นก็คือ ตอนแรกที่ไปสมัครอ่ะ เป็นล่ามคอนแท็คไม่ใช่พนักงานประจำ สวัสดิการก็จะไม่ได้ โบนัสก็จะไม่ได้ แต่จะเพิ่มเงินเดือนให้อีก 5 พัน (อันนี้ตอนสัมภาษณ์อ่ะนะ ขอเอง พี่เค้าไม่ต่อราคาเลย)
แต่พอเมื่อวานคุยกัน พี่ที่สัมภาษณ์(ไทย 2 ญี่ปุ่น1) เค้าช่วยพูดให้ จนเราผ่าน ทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่อายุน้อยที่สุด เพิ่งจบใหม่ ระดับสองก็ไม่ผ่าน (คนที่มาสมัครมีเราคนเดียวที่ไม่ผ่านระดับสอง) แต่เราได้ แถมยังไม่ใช่คอนแท็ค แต่เป็นพนักงานประจำ ได้สวัสดิการเต็ม + โบนัสอีกสี่เดือน เวอร์มาก ๆ (แต่คิดว่าได้ครั้งเดียวอ่ะ ก็ไม่ต่างกะสองเดือนแต่ได้สองครั้งอ่ะนะ) แถมเงินเดือนที่เป็นของล่ามคอนแท็คในตอนแรก พี่เค้าก้ไม่ลด ให้เท่าที่ขอไปเลย
พี่เค้าบอกว่าที่ให้คำตอบเช้าเพราะเอาเรื่องของเราเข้าที่ประชุม กว่าจะได้ข้อสรุปก็เลยใช้เวลาหน่อย เพราะเรื่องคุณสมบัติบางอย่างของเรามันไม่ผ่านเกณฑ์ด้วย อย่างเช่น ระดับสองยังไม่ได้
โหแบบว่า.................พูดไม่ออกเลย ดีใจมาก ขอบคุณพระเจ้า พระเจ้าให้มากกว่าที่ขออีกอ่ะ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เค้ามาถูกใจอะไรเราถึงได้ช่วยขนาดนี้ แต่ต่อไปก็ต้องพยายามมาก ๆ เพราะกดดันเหมือนกันถ้าทำได้ไม่ได้ เค้าก็ตั้งความหวังไว้(เพราะภาพที่สร้างเอาไว้ตอนสัมภาษณ์)
บอกเจ้านายที่ที่ทำงานอยู่ตอนนี้แล้ว เค้าบอกไม่อยากให้เราออก แต่เค้าก็ใจดีมาก ๆ เลย เค้าบอกว่าสุดท้ายแล้วเราก้ต้องเป็นคนเลือกทางเดินของเราเอง เพราะเรายังเด็กอยู่และยังมีโอกาสเลือก ถึงแม้จะออกไปแล้วก็อยากให้ติดต่อกลับมาบ้าง เราขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ เลยที่ไม่ว่าจะไปที่ใหนก็เจอแต่คนดี ๆ
เรื่องงานได้บอกพ่อกับแม่แล้ว เค้าดีใจมากเลย กะว่าปีหน้าโบนัสออก จะพาไปเที่ยวซะหน่อย
เรื่องความรักก็เรื่อย ๆ เรากำลังจะจากกันก็อยากใช้เวลาด้วยกันมาก ๆ รู้ว่าเค้าก็กังวลกับหลาย ๆ เรื่อง เราก็คงทำอะไรให้ไม่ได้นอกจากให้กำลังใจ และพยายามเข้าใจเค้ามาก ๆ
แล้วก็ อยากเจอเพื่อน ๆ ด้วย ไม่รู้แต่ละคนสบายดีรึเปล่า คิดถึงวันเก่า ๆ จัง วันเวลามันผ่านไปเรื่อย ๆ เร็วเหมือนโกหก สิ่งที่มีเพิ่มมากขึ้นก็คือความทรงจำ อยากจะเก็บแต่ภาพความทรงจำดี ๆ ของทุกคน และทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไว้ เพราะวันนึงที่เรากลับมามองมัน คงจะทำให้เรายิ้มได้ ดังนั้นจึงตั้งใจไว้กับตัวเองว่าไม่ว่าจะทำอะไรจะคิดให้ดี ๆ ก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลัง เพราะเรื่องราวของวันนี้จะกลายไปเป้นอดีตที่อยู่ในความทรงจำ ตลอดไป
edit @ 11 Sep 2008 12:53:06 by Bonus
posted on 18 Aug 2008 11:27 by bonus-life in Story-Life
เมื่อเธอโหยหาความรัก มันอยู่ไม่ไกล
เพียงแค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง เพราะลมหายใจที่ได้จากก้อนเนื้อที่เต้นในอก ก็คือของขวัญล้ำค้าที่ทำให้เธอ ยังคงโบยบินอยู่ในโลกใบนี้ ทุกวัน และ ทุกวัน
วันนี้อยากขอบคุณพระเจ้าสำหรับลมหายใจที่ยังคงมีอยู่
ถึงบางครั้งจะหายใจติดขัดบ้าง แต่พระเจ้าก็ใจดีเติมอ๊อกซิเจนให้เสมอ ไม่อย่างนั้นชั้นคงไม่ได้อยู่จนถึงวันนี้
ขอบคุณก้อนเนื้อที่ไม่เคยเหนื่อยล้า
ยังคงเต็นเป็นจังหวะ ช้าบ้างเร็วบ้าง
ไม่เคยหยุดแม้สักวัน
ขอบคุณ แขนขาที่ยังคงขยับ
ยอมเป็นที่รองรับเสมอ ทุกครั้งที่ฉันย้ำเท้าอยู่บนโลกใบนี้
ขอบคุณดวงตา ที่แม้ว่ามันจะสั้นหรือเอียง
ก็ยังคงทำให้ฉันมองเห็นฝีพระหัตอันใหญ่ยิ่งของพระเจ้า
ขอบคุณสิ่งที่เรียกว่าความรัก
เพราะมันทำให้ฉัน มีเพื่อนที่แสนดี ไม่อาจจะบรรยาย
ขอบคุณถ้อยคำ
ถึงแม้มันจะบรรยายทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้ทั้งหมด
แต่มันก็ทำให้คนที่ฉันรักรู้ว่า พวกเขาสำคัญขนาดใหนกับ
คนตัวเล็ก ๆ อย่างฉัน
ขอบคุณลุงกับป้า แก่ ๆ สองคนที่บ้าน
เพราะพวกเขาทำให้ฉันรู้จักคนว่าเสียสละด้วยความรัก
สุดท้าย ขอบคุณพระเจ้า
ที่พระองค์ไม่เคยไกลห่าง
แต่อยู่ใกล้ฉันยิ่งกว่าอากาศ
และฉันก็รักพระองค์ลึกสุดใจ
edit @ 18 Aug 2008 11:34:43 by Bonus
posted on 16 Aug 2008 09:17 by bonus-life in Love-life
โลกเรามันช่างกว้างใหญ่ มีมนุษย์ไม่รู้กี่ล้านคนที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่ก็น่าแปลกที่เราได้มาเจอกัน จากคนที่ไม่รู้จัก หรือดูเหมือนจะห่างใกลกันเหลือเกิน แต่สุดท้ายเราก็มาเจอกัน ได้มาเป็นเพื่อนรัก เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนบ้าน คนรัก คนรู้จัก หรือแม้แต่ได้เดินผ่านกัน ได้รักกัน ได้ทะเลาะกัน ถึงแม้จะมีทั้งทุกข์และสุข แต่ทุกชีวิตที่เดินผ่านชีวิตของเราไปนั้นก็สร้างความทรงจำและประสบการณ์ดี ๆ ให้กับเรามากมายฉันรู้สึกขอบคุณคนเหล่านั้นเหลือเกิน ไม่ว่าความทรงจำที่ได้จะเป็นแบบใหนก็ตาม
เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ได้ดูหนังเรื่อง "ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา" เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่อยู่ห้องติดกัน ไปในสถานที่เดียวกัน เดินผ่านกัน แต่ไม่เคยสังเกตเห็นกันและกันเลยจนมาวันนึงทั้งสองคนได้พบกัน ได้รักกัน และได้รู้ว่า จริง ๆ ปาฏิหารย์ของทั้งสองคนนั้นเกิดขึ้นทุก ๆ วัน พวกเค้าห่างกันเพียงแค่กำแพงกั้นเท่านั้น
การเดินทางในชีวิตของเราทุกวัน ๆ คงไม่มีใครนับได้ว่าเราเดินผ่านใครไปกี่คน มีกี่คนที่อยู่ในสายตาเราและไม่อยู่ในสายตาเรา แต่วันนึงคนที่เราเคยเดินผ่านเมื่อสิบปีที่แล้วอาจจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเราในเวลานี้โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้
โลกนี้เต็มไปด้วยปาฏิหารย์ โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก คนเรามักจะรักตัวเองที่สุด แต่ในประวัติศาสตร์กลับมีหลายคนที่ยอมตายเพื่อคนที่ตัวเองรัก ตายเพื่อคนรัก ตายเพื่อเพื่อน ตายเพื่อครอบครัว ตายเพื่อประเทศชาติ หรือที่พระเยซูตายเพื่อมนุษย์ และด้วยความรักของผู้สัตย์ซื่อที่มีต่อพระองค์คนเหล่านั้นก็ถึงกลับยอมแลกชีวิตของตนเองเพื่อนพระเจ้าผู้เป็นที่รัก
ความรักไม่ว่าในภาษาไหน ก็เป็นเพียงคำสั้น ๆ เปิดปากเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อพูดถึงความหมายของมันกลับกลายเป็นเรื่องยากที่จะสรุปทั้งหมดได้ และอำนาจของความรักก็มากมาย เป็นความรู็สึกที่เงินทองหรือของมีค่าไนโลกนี้ไม่สามารถซื้อได้
ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งมีใครบางคนรวบรวมความกล้าแล้วมาบอกกับคุณว่า "ฉันรักเธอ" ขอให้คุณได้รูั้ไว้ว่าคุณได้รับของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดแล้ว
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"
ขอบคุณที่มันไม่เคยเหือดหาย
แต่อยู่ในโลกนี้ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และสืบต่อไปยังอนาคต
เพราะพระเจ้าบอกว่า ไม่มีสิ่งใดมีค่ากว่าความรัก
แม้สิ่งต่าง ๆ จะหมดไป แต่ "ความรักไม่มีวันสูญสิ้น"
และจะคงอยู่ตลอดกาล
edit @ 18 Aug 2008 11:29:51 by Bonus
edit @ 18 Aug 2008 11:30:28 by Bonus